สารสนเทศ (Information)

ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ .

สารสนเทศมีประโยชน์ คือ ?

1. ให้ความรู้
2. ทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
3. ทำให้เห็นสภาพปัญหา สภาพการเปลี่ยนแปลงว่าก้าวหน้าหรือตกต่ำ
4. สามารถประเมินค่าได้.

การรู้สารสนเทศ หมายถึง ?

ความรู้ ทักษะ ความสามารถของบุคคลในการตระหนักถึงความต้องการสารสนเทศ การเข้าถึงสารสนเทศและแหล่งสารสนเทศ การประเมินสารสนเทศ และนำสารสนเทศไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและส่วนร่วม.

บทเรียนออนไลน์เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ

            ในอดีตกาปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานทำให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น การสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ มาตรฐานการผลิตสินค้าและการให้บริการต่าง ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้มากขึ้น และเทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการทำงานทุกด้าน นับตั้งแต่ทางการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สาธารณสุข การวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนด้านการเมืองและราชการ ซึ่งผลกระทบของสารสนเทศมีทั้งระดับบุคคล ระดับองค์การ รวมทั้งการทำงานในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เทคโนโลยีที่สำคัญได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

        สาระการเรียนรู้

1. บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

2. นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

3. วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ

4. ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

5. ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่าง ๆ

        บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ

      การดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันนี้ จะมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอน การอาบน้ำ ล้างหน้า แปลงฟัน ต้องใช้สบู่ ยาสีฟัน แปลงสีฟัน ซึ่งมีหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ การเดินทางไปทำงานต้องอาศัยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน หรือแม้แต่รถไฟฟ้า เรียนหนังสือก็ต้องอาศัยหนังสือ สมุด ปากกา ดินสอ หุงข้าวต้องอาศัยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า หากต้องการความบันเทิงก็ดูโทรทัศน์ เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาล้วนเป็นเทคโนโลยีทั้งสิ้น
      ในอดีตมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในถ้ำ ในป่า การพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วส่วนใหญ่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิต มีการพัฒนาเครื่องมือการล่าสัตว์ เครื่องมือในการเดินทาง ต่อมามนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่างกันและพัฒนามาเป็นภาษา จนเมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือและจารึกไว้ตามผนังถ้ำ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่ามนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้ประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ทำให้สื่อสารด้วยตัวอักษรและภาษาเพิ่มมากขึ้น เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนสามารถสื่อสารกันโดยทำการสื่อสารการโดยการส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้วและมีการพัฒนามาเป็นการส่งภาพทางโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ซึ่งทำให้มีการใช้สารสนเทศในรูปแบบข่าวสารมากขึ้น


ภาพที่ 1.1 การดำรงชีวิตของมนุษย์ในอดีต



ภาพที่ 1.2 ภาพลายเส้นในยุคโบราณ



ภาพที่ 1.3 ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม

      เมื่อพัฒนาการด้านเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปไกลขึ้น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จึงมีขนาดเล็กลง มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น รวมทั้งมีราคาถูกลง เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น จนในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธเทคโนโลยีได้

ภาพที่ 1.4 พัฒนาการของคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงและใช้งานสะดวกขึ้น

      ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทกว้างขวางในทุกวงการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานทุกด้าน นับตั้งแต่งานทางด้านการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรกรรม  อุตสาหกรรม สาธารณสุข การวิจัยและการพัฒนา ตลอดจนด้านการเมืองและวงราชการ อันที่จริงแล้วจะเห็นว่าไม่มีงานด้านใดที่ไม่มีผู้คิดประยุกต์หรือนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปช่วยให้การทำงานนั้น ๆ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำรงชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐานสามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น เทคโนโลยีทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก มีราคาที่ถูกลง สิ้นค้าได้คุณภาพมากขึ้น เทคโนโลยีทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารได้ตลอดเวลา


ภาพที่ 1.5 การประชุมผ่านระบบ vedio conference


ภาพที่ 1.6 การซื้อขายสินค้าออนไลน์

       นิยามเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

    เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง การประยุกต์เอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ ก็เพื่อเข้าใจธรรมชาติ กฎเกณฑ์ของสิ่งต่าง ๆ และหาทางนำมาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ เทคโนโลยีจึงเป็นคำที่มีความหมายกว้าง เป็นคำที่เราได้พบเห็นและได้ยินอยู่เสมอ
    สารสนเทศ (Information) หมายถึง คือการนำข้อมูลมาผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้มากมายทำให้คำว่า สารสนเทศมีความหมายที่กว้างและหลากหลายมาก ทั้งความหมายในเชิงเทคนิคและความหมายของสารสนเทศในชีวิตประจำวัน เช่น สารสนเทศที่เป็นความรู้จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จากโทรศัพท์มือถือ สารสนเทศระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น การฝาก ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM การจองตั๋วเครื่องบิน และอื่นๆ
    ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ ไอที (Information Technology:IT)คือการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์โทรคมนาคม เพื่อจัดเก็บ ค้นหา ส่งผ่าน และจัดดำเนินการข้อมูล ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับธุรกิจหนึ่งหรือองค์การอื่น ๆ ศัพท์นี้โดยปกติก็ใช้แทนความหมายของเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และยังรวมไปถึงเทคโนโลยีการกระจายสารสนเทศอย่างอื่นด้วย เช่นโทรทัศน์และโทรศัพท์ อุตสาหกรรมหลายอย่างเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ตัวอย่างเช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์กึ่งตัวนำอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์โทรคมนาคม การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และบริการทางคอมพิวเตอร์
    เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technologies : ICTs) เพราะประกอบด้วยเทคโนโลยีที่สำคัญ 2 สาขา คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ทั้งสองมีการทำงานที่สัมพันธ์กัน ดังนี้


    1. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เป็นเทคโนโลยีที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสารสนเทศจะใช้สำหรับการ จัดการระบบสารสนเทศ เพื่อให้ได้สารสนเทศตามต้องการอย่างถูกต้อง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือก การจัดหา การวิเคราะห์เนื้อหา หรือการสืบค้นสารสนเทศ ซึ่งกระบวนการจัดการหรือจัดทำระบบสารสนเทศที่สามารถผลิตสารสนเทศให้สนองความต้องการของผู้ใช้ประกอบด้วยกรรมวิธี 3 ประการนี้ ต้องอาศัยเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์สำหรับรับข้อมูลเข้าและแสดงผลข้อมูล


ภาพที่ 1.7 แสดงกระบวนการจัดการระบบสารสนเทศ

        การนำเข้าข้อมูลหรือการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนแรกของระบบสารสนเทศ เมื่อมีข้อมูลแล้วจึงจะนำไปประมวลผลเพื่อไปใช้งานด้านต่าง ๆ นักเรียนจะพบว่าในปัจจุบันนี้ข้อมูลของนักเรียนก็มีการเก็บรวบรวมไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ตั้งแต่นักเรียนเริ่มเข้ามาในโรงเรียน โดยแยกเป็นประวัติส่วนตัว น้ำหนัก ส่วนสูง ผลการเรียน เป็นต้น หรือถ้านักเรียนเข้าห้องสมุดก็จะพบว่าข้อมูลหนังสือในห้องสมุดได้ถูกจัดเก็บไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนเช่นกัน นักเรียนจะเห็นว่าสิ่งสำคัญในการได้มาซึ่งสารสนเทศจะอยู่ในขั้นตอนนี้ ถ้าข้อมูลที่เก็บไว้ไม่ถูกต้อง สารสนเทศที่ได้มาก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน ดังนั้นในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลจะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลควบคู่ไปด้วยกัน




ภาพที่ 1.8 ตัวอย่างการเก็บรวบรวมสารสนเทศ

        การประมวลข้อมูล หมายถึง กระบวนการคิด หรือ การจัดระเบียบแบบแผนของข้อมูล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งทำได้โดยการคำนวณ เคลื่อนย้ายข้อมูล การเปรียบเทียบ และการวิเคราะห์ข้อมูล โดยอาจใช้สูตร ทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ วิธีการต่าง ๆเหล่านี้ ทำได้โดย อาศัยคำสั่งหรือโปรแกรมที่เขียนขึ้น หรือหากให้นักเรียนนึกถึงข้อมูลที่อยู่ใกล้ตัวนักเรียนเช่น เพื่อนในห้องของนักเรียน นักเรียนสามารถจดจำชื่อ สกุล หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่ของเพื่อนได้กี่คน ซึ่งนักเรียนอาจจำได้ไม่หมด ดังนั้นต้องมีการจัดทำเป็นสารสนเทศให้เป็นหมวดหมู่เพื่อง่ายต่อการจดจำและแสดงผล


ภาพที่ 1.9 การใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ


       การแสดงผลข้อมูลสารสนเทศ เมื่อข้อมูลถูกประมวลผลจนได้สารสนเทศที่ต้องการแล้ว เช่น ข้อมูลการเรียนของนักเรียน ข้อมูลความประพฤติของนักเรียน ก็จะมีการนำสารสนเทศเหล่านี้ออกมาแสดงให้เห็นโดยผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เช่น แสดงออกมาเป็นข้อความในกระดาษโดยการพิมพ์ แสดงออกมาในรูปแบบของรูปภาพ กราฟ หรือแสดงออกมาทางจอภาพของคอมพิวเตอร์ หรือแสดงออกมาเป็นเสียง เป็นภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารสนเทศด้วยว่าสามารถแสดงผลลัพธ์ในรูปแบบใดได้บ้าง



ภาพที่ 1.10 อุปกรณ์ที่ใช้แสดงผลข้อมูลสารสนเทศ

        2. เทคโนโลยีโทรคมนาคม ใช้ในการติดต่อสื่อสารรับ/ส่งข้อมูลจากที่ไกล ๆ เป็นการส่งของข้อมูล ระหว่างคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือที่อยู่ห่างไกลกัน ซึ่งจะช่วยให้การเผยแพร่ข้อมูลหรือสารสนเทศไปยังผู้ใช้ในแหล่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และทันการณ์ ซึ่งรูปแบบของข้อมูลที่รับ/ส่งอาจเป็นตัวเลข (Numeric Data) ตัวอักษร (Text) ภาพ (Image) และเสียง (Voice)เทคโนโลยีที่ใช้ในการสื่อสารหรือเผยแพร่สารสนเทศ ได้แก่ เทคโนโลยีที่ใช้ในระบบโทรคมนาคมทั้งชนิดมีสายและไร้สาย เช่น ระบบโทรศัพท์, โมเด็ม, แฟกซ์, โทรเลข, วิทยุกระจายเสียง, วิทยุโทรทัศน์ เคเบิ้ลใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวฟ และดาวเทียม เป็นต้น
        สำหรับกลไกหลักของการสื่อสารโทรคมนาคมมีองค์ประกอบพื้นฐาน 3 ส่วน ได้แก่ ต้นแหล่งของข้อความ (Source/Sender), สื่อกลางสำหรับการรับ/ส่งข้อความ (Medium), และส่วนรับข้อความ (Sink/Decoder) ดังแผนภาพต่อไปนี้


ภาพที่ 1.11 แสดงกลไกหลักของการสื่อสารโทรคมนาคม

นอกจากนี้ เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบดังต่อไปนี้

  1. เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพทางอากาศ กล้องดิจิทัล กล้องวีดิทัศน์ เครื่องเอกซเรย์ เป็นต้น
  2. เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล จะเป็นสื่อบันทึกข้อมูล จะเป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น เทป แม่เหล็ก จานแม่เหล็ก จานแสงหรือจานเลเซอร์ ชิปการ์ด
  3. เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
  4. เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล เช่น เครื่องพิมพ์ จอภาพ พล็อตเตอร์
  5. เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องสแกนเนอร์
  6. เทคโนโลยีสำหรับการถ่ายทอดหรือสื่อสารข้อมูล ได้แก่ ระบบโทรคมนาคมต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้และไกล


ภาพที่ 1.12 เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการใช้งานลักษณะต่าง ๆ

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ

        เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันอย่างมาก สังเกตได้จากการนำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาใช้ในสำนักงาน การใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แสดงว่าเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณและเก็บข้อมูลได้แพร่ไปทั่วทุกแห่ง นอกจากนี้ยังมีผลต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน เมื่อราว พ.ศ.2500 ยังไม่แพร่หลาย จะมีเพียงการใช้โทรศัพท์เพื่อการติดต่อสื่อสารและเริ่มมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการประมวลผลข้อมูล เมื่อมีการประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ช่วยงานสารสนเทศมากขึ้น เช่น เครื่องถ่ายสำเนาเอกสาร เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าและเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากใจขณะนี้คือ เทคโนโลยีสื่อประสม ซึ่งรวมข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงเข้าด้วยกันเทคโนโลยีนี้กำลังได้รับการพัฒนา ในอนาคตเทคโนโลยีแบบสื่อประสมจะช่วยเสริมและสนับสนุนงานด้านสารสนเทศให้ก้าวหน้าต่อไป การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

       การดำเนินชีวิตในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น พ.ศ.2528 กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้มีการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์จากเดิมเป็นวิชาเลือก แต่ในปัจจุบันกำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องเรียน เพื่อให้เยาวชนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศ และนำไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการจัดการสารสนเทศมากที่สุด คือ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ซึ่งมีวิวัฒนาการการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ดังนี้

           ยุคที่ 1 การประมวลผลข้อมูล (Data Processing Era) ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณและการประมวลผลข้อมูลของงานประจำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

           ยุคที 2 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System) มีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการตัดสินใจดำเนินการ ควบคุม ติดตามผล และวิเคราะห์ผลงานของผู้บริหารระดับต่าง ๆ

           ยุคที่ 3 การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ (Information Resource Management) การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเน้นถึงการใช้สารสนเทศที่จะช่วยในการตัดสินใจนำหน่วยงานไปสู่ความสำเร็จ

           ยุคที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Era) ความเจริญของเทคโนโลยีสูงมาก มีการขยายขอบเขตการประมวลผลข้อมูลไปสู่การสร้างและการผลิตสารสนเทศทำให้สามารถสร้างทางเลือกและรูปแบบใหม่ของสินค้าและบริการ โดยการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นเครื่องมือช่วยการจัดทำระบบสารสนเทศ และเน้นความคิดของการให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้อย่างมประสิทธิภาพเป็นวัตถุประสงค์สำคัญ

 

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศ

     1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในการ ประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรม จำเป็นต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารเข้ามาช่วยทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ เราสามารถฝากถอนเงินสดผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ตลอดเวลา ธนาคารสามารถให้บริการได้ดีขึ้น ทำให้การบริการโดยรวมมีประสิทธิภาพ ในระบบการจัดการทุกแห่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อการดำเนินการและการตัดสินใจ ระบบธุรกิจจึงใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยในการทำงาน เช่น ใช้ในระบบจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครื่องบิน หรือจองตั๋วภาพยนตร์ออนไลน์ เป็นต้น

ภาพที่ 1.13 ระบบจองตั๋วภาพยนตร์ออนไลน์

        2. เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย เมื่อมีการพัฒนาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่าง ๆ จึงเน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน สามารถสอบถามข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลัย หรือนักเรียนบางโรงเรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากที่บ้านได้ หรือสามารถลงทะเบียนเรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็ได้


ภาพที่ 1.14 ระบบลงทะเบียนเรียนออนไลน์

       3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่าง ๆ ปัจจุบันทุก หน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในองค์กร ประเทศไทยมีระบบทะเบียนราษฎร์ที่จัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจัดเก็บข้อมูลภาษี ในองค์กรทุกระดับเห็นความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้

ภาพที่ 1.15 การนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล

        4. เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเห็นได้จากการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้ตารางคำนวณ และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นต้น

ภาพที่ 1.16 เทคโนโลยีมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน

 

ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศในด้านต่าง ๆ

       การกำเนิดของคอมพิวเตอร์เมื่อประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ยุคสารสนเทศ ในช่วงแรกมีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นเครื่องคำนวณ ต่อมาได้มีความพยายามจะพัฒนาให้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการข้อมูล เมื่อเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ได้ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้สามารถสร้างคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น สภาพการใช้งานจึงใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ผลของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่และสังคมจึงมีมาก มีการเรียนรู้และใช้สารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมกล่าวได้ดังนี้

           1. การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ ระบบสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องซักผ้า ใช้ควบคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน



ภาพที่ 1.17 เทคโนโลยีควบคุมระบบน้ำอัตโนมัติ

        2. เสริมสร้างความเท่าเทียมในสังคมและการกระจายโอกาส เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการ กระจายไปทั่วทุกหนแห่งแม่แต่ถิ่นทุรกันดาร ทำให้มีการกระจายโอกาสการเรียนรู้มีการใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม การกระจายการเรียนรู้ไปยังท้องถิ่นห่างไกล นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีความพยายามที่จะใช้ระบบรักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายสื่อสารอีกด้วย



ภาพที่ 1.18 การเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม

       3. สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนำคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ เช่น วีดิทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรายงาน เพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาในโรงเรียน ปัจจุบันมีการเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น



ภาพที่ 1.19 การเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

        4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหลายอย่าง จำเป็นต้องใช้สารสนเทศ เช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่าง ๆ การตรวจวัดมลพิษ ตลอดจนการใช้ระบบตรวจวัดระยะไกลมาช่วยที่เรียกว่า โทรมาตร

ภาพที่ 1.20 การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ

        5. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ กิจการทางด้านทหารมีการใช้เทคโนโลยี อาวุธ ยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน

ภาพที่ 1.21 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางการทหาร

        6. การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้า อุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก และให้ราคาถูกลง เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าสะดวกขึ้น

ภาพที่ 1.22 การซื้อขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบัน

สรุป

       เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้และเข้าใจกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป